หลังจากงาน Play Wave EP.1 ผ่านไปได้ไม่นาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเราก็ได้ชมงาน Deep Wave ซึ่งเป็นภาคต่อแบบไม่นานเกินรอ คราวนี้ค่าย Macronaked เอ้ย Macrowave ก็ขนวงดำดิ่งมาจำนวน 4 วงให้เราได้ชมกันนั่นก็คือ Yew, Yooze, Mole The Explosion และ Monomania ซึ่งเมื่อเราไปถึงที่ร้านก่อนเวลาเล่นไม่นาน ก็ได้พบกับบรรยากาศอบอุ่นที่คุ้นเคยกับร้านเพลย์ยาร์ดในเวอร์ชั่นที่เต็มไปด้วยเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ถ้าอยากย้อนบรรยากาศงานวันนั้นไปพร้อมกับเราก็ตามมาเล้ย!

เปิดวงแรกกับเสียงเชิญชวนมาจากข้างในร้าน ว่าวงต่อไปคือวง Yew พวกเราก็เลยได้ฤกษ์เคลื่อนย้ายตัวเองเข้าไปใน Studio Bar กับเครื่องดื่มในมือ วงเริ่มด้วย Intro เฟี้ยว ๆ ก่อนจะเข้าเพลงแรกคือ Unreal ผลงานจากพี่ ๆ Yellow Fang ซึ่งเป็นเพลงเริ่มต้นเซ็ตที่ชวนร้องตามได้ดี จบเพลงนี้ เพื่อน ๆ ด้านล่างก็พร้อมใจโห่ร้องทักทายแบบคนป่า ตลก ทิ้ว นักร้องนำก็ทักทายทุกคนว่า สวัสดี​ครับพวกเรา Yew จาก Macrowave ก่อนจะเป็นเพลงตัวเองกันบ้างกับ โลกซึ่งไร้ลมหายใจของวันวาน ซิงเกิ้ลแรกจากพวกเขา ซึ่งเปิดมาด้วยเสียงคอรัสเท่ ๆ แล้วตอน พี มือกีตาร์โซโล่ เพื่อน ๆ ก็พร้อมใจทำท่าชาบูกีตาร์ฮีโร่ โอย 55 ตามด้วยเพลงใหม่ของวง Yew ที่ยังไม่มีชื่อ แต่บอกเลยว่าเท่ตามสไตล์พวกเขาแน่นอน

ต่อกันด้วยเพลง Citizen Kane จาก Hyukoh ที่ทั้งวงโยกหัวกันอย่างสนุกสนาน และทั้งร้านก็เซิ้งกันมันยับ โดยเฉพาะท่อนฮุคที่ชวนเต้นเหลือเกิน เป็นอีกเพลงที่เราประทับใจมากกับความดีดดิ้น จบเพลงทิ้วก็พูดว่า ‘เพลงต่อไปใครเคยฟังเพลง เอ้ย เพลงต่อใครเคยฟัง เอ้ย’ อะไรก็ไม่รู้ เล่นมุกทำไม! ตล๊ก! แล้วก็เป็นเพลง รองเท้า ที่ไฟในร้านมามู้ดซึม ๆ กับท่อนที่ เจด มือเบสได้โซโล่สั้น ๆ แล้วเพื่อน ๆ ก็พร้อมใจยกมือขึ้นเวฟเหมือนเวลาไปเชียร์กีฬา คือไร๊

ก่อนจะเป็น โอ้ที่รัก เพลงจังหวะสนุก ๆ ขึ้นมาหน่อยอีกเพลงของวง ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่ยังไม่ได้ปล่อย อยากฟังแล้ววว ก่อนที่วงจะโดนเพื่อน ๆ แซวให้แนะนำตัวหน่อย ทิ้วก็แนะนำตัวทุกคนแบบขำ ๆ ตามด้วยประโยคเข้าเพลงเท่ ๆ กับเสียงกีตาร์คลอจาง ๆ ‘เคยไหม อยากใช้ชีวิตกับเค้าชั่วนิรันด์ แต่บางครั้ง บางกระแสลมไม่อาจอยู่กันได้ แต่สุดท้ายก็ต้องจากไป เพลงนี้ชื่อเพลง ลมที่ลา‘ เพลงจากโปรเจ็ค Sunkist Freshly Picked ซึ่งเราว่ามู้ดเพลงนี้เท่เวอร์ ๆ กับท่อน ปา ดับ ป้า ที่ชอบมาก ตรงท่อนบรรเลง ทิ้วก็พูดว่า ‘เราคิดถึงเค้าทุกวัน แต่ไม่เคยคิดว่ามันจบไปนานแล้ว’ ซึมมานาน ต่อด้วย สบายดีหรือเปล่า ซึ่งวงเลือกเพลงรุ่นพ่อแม่มาคัฟเวอร์ได้เท่ดี ชอบ ๆ ปิดท้ายด้วยคำที่ว่า ‘ขอบคุณ​ดนตรีที่ทำให้เราได้มาเจอกัน’ และลากันไปด้วยเพลง MASITNONSOUL อีกงานคัฟเวอร์จาก Hyukoh ซึ่งทิ้วแก้ตัวก่อนเลยว่า ‘เพลงต่อไปเต้นกันนะ เพราะผมร้องไม่เป็น (หัวเราะ)’ ทำเอาเพื่อน ๆ แซวกันยับ ตลก เพลงนี้ก็เป็นเพลงปิดเวทีของ Yew ไปได้แบบสวย ๆ

Yooze, The Salaya Sound

เสียงเรียกจาก Yooze ก็เชิญชวนให้เรากลับเข้าไปในบรรยากาศดีป ๆ อีกครั้ง เริ่มจาก Intro ที่เทมโป้ซับซ้อนแต่ดูเท่ดี แล้วต่อเลยกับสองเพลงที่ยังไม่ได้ปล่อยของวง คือ คู่ขนาน และ Midnight ที่ ปัน นักร้องนำแซวตัวเองว่าว่าน่าจะเล่นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย​ (หัวเราะ) เพลงนี้เท่แบบตามสไตล์บริทร็อก ก่อนจะไปงานคัฟเวอร์ที่หลาย ๆ คนก็น่าจะคิดไม่ถึง คือเพลง จะได้ไม่ลืมกัน ซึ่งวงก็เอามาแปลงร่างเป็นสไตล์บริทร็อก-โพสต์ร็อกได้เฟี้ยว ซึ่งปันก็ได้ชวนทุกคนร้องด้วยประโยคที่ว่า ‘เพลงเรายังน้อยอยู่ ใครร้องตามได้ช่วยด้วยครับ’ บอกเลยว่า ร้องตามได้เกือบทั้งเพลงเหมือนโดนดึงย้อนไปงานปัจฉิมนิเทศม. 6 เลยทีเดียว ฮ่า ๆ

หลังจากนั้นก็เข้าสู่เพลงวงอีกครั้ง กับ สลาย ที่มาแบบซึม ๆ กับไฟสีฟ้ามัว ๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของปัน และท่อนโซโล่ที่ฟุ้ง ๆ แต่ก็หนักแน่น และ นานเท่าไหร่ ซิงเกิ้ลแรกของวง ปัน บอกว่า เพลงนี้เขียนจากคำที่ว่า ความรักถึงจะเลวร้ายและขมขื่น แต่สุดท้ายเราก็ต้องการมีความรักอยู่ทุกครั้งไป เสียงโซโล่กีตาร์ขยี้ ๆ และปันโดนยุจนถอดเสื้อ ร่วมวง Macronaked ไปอีกหนึ่งราย ฮ่า ๆ ก่อนจะจากกันไปกับสองเพลงสุดท้ายที่วงออกตัวว่า เราเล่นแต่เพลงช้า หลังจากนี้ขอเล่นเพลงเร็วบ้าง กับ Typical งานคัฟเวอร์จากวง Mutemath และ กำลังค้นหา งานจาก Electroactive วงเก่าของพวกเขา

Mole the Explosion

เรากลับเข้ามาพบกับ Mole the Explosion กับสมาชิกแน่นเวที รวมถึงคอรัสสาว 1 คน ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้เห็นวงอินดี้ที่คอรัสเป็นสมาชิกหลัก สารภาพตามตรงว่าไม่ค่อยได้ฟังวงนี้เท่าไหร่ แต่บอกเลยว่า โดนตกให้อย่างจังกับดนตรีลอย ๆ แต่ก็คมกริ้บ เครื่องดนตรีทุกชิ้นที่เล่นอย่างมีฝีมือและประณีต ซึ่งตอนที่เราเข้าไปก็เริ่มมีคนประมาณนึงที่มารอคอยอยู่แล้ว วงก็ทักทายว่า ‘สวัสดี​ครับพวกเรา Mole the Explosion’ ก่อนจะอินโทรกันประมาณหนึ่งในเราตามพวกเขาไปสู่โลกอีกใบของพวกเขา แล้วเป็นเพลง ชายคนแรกผู้มอบดอกไม้ให้เธอ ซึ่งก่อนจะจบเพลง พี่ออฟก็เล่าให้พวกเราฟังว่า ‘พวกเราไม่เคยคิดว่าจะมีอัลบั้มเลย เราเคยทำกันมาหลายวงแต่ไม่เวิร์ค แล้วนี่คือเพลงแรกในอัลบั้มของพวกเรา ขอเสียงปรบมือได้มั้ย’

แล้วก็ต่อไปเป็นเพลง เธอ เพลงต่อไปที่กำลังจะปล่อยอีกในอีก 2 เดือน และเป็น เข้าใจง่าย ที่เป็นตาของพี่ ใหม่ มือกีตาร์ได้โซโล่ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบท่อนโซโล่โดยรวมมาก ๆ และก็เป็นเพลงที่กลองยังตีได้เท่มาก ๆ เช่นเคย ต่อกับเพลง เมื่อเธอฝันฉันตื่น ที่พี่ ออฟ นักร้องนำ พูดว่า ‘การทำเพลงอะไรออกมาแล้วคนชอบคือที่สุดแล้ว’ แล้วก็เป็น  ภาพวันพรุ่งนี้ ที่ออฟบอกว่า เพลงนี้เขียนตอนทำวงเก่า​ และขอเสียงปรบมือให้คนที่มีภาพ วันพรุ่งนี้หน่อยครับ ซึ่งท่อนพีคของเพลงนี้เพลินหูและเพลินตากับแสงสีแดง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นไฟสีขาวที่คล้าย ๆ จะสื่อถึงฟ้าวันใหม่ จากนั้นก็เป็นอีกเพลงจาก EP. กับเพลง จันทราในแอ่งน้ำ ที่มีท่อนยูนิซันเท่ ๆ  และลาจากกันไปด้วย สตีเฟน ฮอว์กิ้น เพลงที่กำลังจะปล่อยในสัปดาห์หน้า ซึ่งพี่ ออฟ ก็พูดติดตลกว่า ‘ยังไม่เสร็จเลยครับ ทะเลาะกันอยู่’ แล้วก็มีท่อนโซโล่กลองเท่ ๆ ให้เราได้กรี๊ด โอ้ย เท่ ๆๆๆ

Monomania, The Salaya Sound

ปิดท้ายกับวงรุ่นพี่จากศาลายาอย่าง Monomania ทักทายกันด้วย Far away เพลงช้า ๆ กับเสียงไซโลโฟนลอย ๆ ที่ปรับบรรยากาศให้ขรึมได้ทันที ต่อกันเลยกับ Passion ผลงานจากอัลบั้มสอง และ สาวน้อยหมวกแดง ที่ตอนโซโลพี่ปลายได้เสียงกรี๊ดตรึม ก่อนจะเป็น กาลจากลา ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มที่สอง ที่พี่ปลายหันหลังไปตีกลองอย่างเมามัน แล้วเป็น 8 (infinity) ที่พี่ บูม นักร้องนำเปลี่ยนมาเล่นคีย์บอร์ด ต่อกันเลยกับ อีกยาวนาน เพลงที่มีความยาว 7 นาที ซึ่งแทนความรู้สึกอึดอัดของใครหลาย ๆ คนก่อนจะผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายไปได้

แล้วเปลี่ยนฟีลมาสับสนงงงวยกับ ตัวตน ซึ่งเป็นเพลงที่หยิบเล่นสดแล้วยังสร้างความว้าวให้กับเราได้ทุกครั้ง ยิ่งท่อน แค่ลองหลับตาาา ซึ่งทั้งร้านก็พร้อมใจยืนนิ่งตั้งใจดูเพราะเพลงเท่จริง ๆ ก่อนจะต่อกับเพลงที่มีไลน์กีตาร์เท่ ๆ มายาคน ที่พี่ปลายได้โซโล่ยาว ๆ แล้วก็เป็น ภาพฝัน จบโชว์เซ็ตแรกกันไปแบบไม่มีเพลงที่หลาย ๆ คนรอคอย แต่พี่เคน มือเบสก็ได้ถามพวกเราว่า ให้เลือกระหว่างปล่อยกับรุ้งสีเทา ซึ่งไม่ต้องให้รอนานเราก็ได้ฟังทั้งสองเพลงต่อเนื่องกันเลย ซึ่งในเพลงรุ้งสีเทาก็ได้ฟังเสียงพี่ ต่าง เอาโบว์ไวโอลินมาสีกับกีตาร์ด้วย จบสองเพลงอังกอร์ไปแบบซึม ๆ เป็นอีกโชว์ที่ครบรสมาก ๆ สำหรับ Monomania

ปิดท้ายไปด้วยภาพประทับใจ

Salaya, The Salaya Sound, Play Yard, People, ศาลายา, มหิดล, เพลย์ยาร์ด

เครดิตรูปรวม: Parit Watcharamanothum