สวัสดีครับวันนี้ทาง The Salaya Sound จะพาทุกคนไปรู้จักตัวตนของหนุ่ม ๆ วง NUE  鵺 (นูเอะ) จะสนุกแค่ไหนตามมาเลย!

NUE is:

Vocal: Paksin Siriskaowkul

Drums: Nithit Santrong

Bass: Panupat Worawichayaporn

Guitar: Kijwikrai Saito

Guitar: Keta Changvatana

“Gravity Shift”

Produced by: NUE

Arranged by: NUE

Lyrics by: Paksin Siriskaowkul

Recorded At: Grand’s Studio

Engineered by: Voravat Vivatvanich, Akkrapong Srikhuekul, Unnop Chaiyatha

Mixed and Mastered by: Tunwa Ketsuwan

แนะนำตัวหน่อย

คีตะ: คีตะเป็นมือกีต้าร์ครับ 

ชิ: ชิครับเป็นมือกีต้าร์

บิลลี่: บิลลี่เป็นนักร้องนำ

ตาร์: ตาร์ครับเล่นเบส     

บิลลี่: ผมก็บิลลี่เหมือนกันครับเป็นมือกลอง (หัวเราะ)

โหวงนี้มีสองบิลลี่ละจะเรียกกันยังไงเนี่ย (หัวเราะ)

คีตะ: ต้องเรียกแยกหน่อยนะคนนี้เรียก บิลลี่ (นักร้อง) ส่วนมือกลองชื่อ บิบิ                                      

บิลลี่ (D): เพื่อน ๆ ก็เรียกบิลลี่เนี่ยแหละครับ (หัวเราะ)

ชิ: เราจะเรียกนักร้องว่า ตี๋ ครับ (หัวเราะ)

เล่าที่มาของวง NUE 鵺 ให้ฟังหน่อย

บิลลี่ (V): ตอนแรกสมาชิกไม่ใช่ทุกคนตอนนี้นะครับ เริ่มมาจาก ตอนเรียนอินเทนซีฟตอนปีหนึ่งครับ ตอนแรกจะมี เจด (มือเบส Yew) ชิ (มือกีต้าร์คนปัจจุบัน) บิลลี่ (นักร้องคนปัจจุบัน) บิลลี่ (มือกลองคนปัจจุบัน) จีน (มือกีตาร์วง sherry) ตอนนั้นพอเล่นด้วยกันงานหนึ่งแล้วรู้สึกว่าวงไม่ค่อยคลิกกันสักเท่าไหร่ครับ แล้วเจดก็ออกไปอยู่วง Yew ส่วนจีนก็ไปอยู่วงเดียวกับเชอรี่ เลยไปลาก คีตะกับ ต้าร์ มาอยู่ด้วยกันแล้วก็ป็นวงรามอนในตอนนั้นแล้วก็ค่อยเปลี่ยนชื่อมาเป็น NUE 鵺 ครับ

ชิ: ตอนแรกวงเราชื่lamol ครับ คือวงมันเริ่มมาตั้งแต่ intensive ตอนปี 1 แล้วครับที่นี้ก็เปลี่ยนสมาชิกมาเรื่อย ๆ จนมาได้วงนี้ จริง ๆ เราเพิ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น NUE 鵺 ก่อนจะปล่อยเพลงประมาณสองเดือนครับ

แล้วตัวอักษร 鵺 อันนี้มันอ่านว่าอะไรหรอครับ

ชิ: อ่านว่า NUE ตามชื่อวงเลยครับเป็นภาษาญี่ปุ่น

วิธีการทำงานของวง NUE 鵺 เป็นยังไงบ้าง

คีตะ: วิธีการทำงานของเราค่อนข้างอิสระนะ เพราะเราไม่รู้อะไรเลยครับ (หัวเราะ)

บิลลี่(D): เราก็จะแบ่งๆพาร์ทกันทำทุกคนก็จะมีหน้าที่ทำพาร์ตของตัวเอง แล้วก็เอามารวมๆกันครับ

ชิ: ถ้าเราคิดอะไรกันได้ก็ใส่ ๆ กันไปก่อนครับเผื่อดี

กว่าจะได้เพลง Gravity Shift มา วงใช้วิธีการแบบไหนในการเริ่มขึ้นเพลงนี้

คีตะ: จะบอกก่อนเลยว่าเพลง Gravity Shift ไม่ใช่เพลงแรกของวงเรานะครับ จริง ๆ เรามีเพลงก่อนหน้านี้ครับ แต่ทำกันมาครึ่งปีมันก็ไม่ยอมจบสักที (หัวเราะ)

บิลลี่ (D): ใช้คำว่าเกือบปีดีกว่า (หัวเราะ)

คีตะ: ตามนั้นแหละครับเกือบปีไม่ยอมจบ (หัวเราะ) แต่อยู่มาวันนึงมันเหมือนกับมันมีแรงบันดาลใจเข้ามาเองอะครับเพราะว่าเมา และตอนนั้นพวกเราก็มีปาร์ตี้กันอยู่ ก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นแล้วก็ได้คอร์ดเพลงนี้มาครึ่งเพลงภายในคืนนั้นเลยครับ

ชิ: อยู่ดี ๆ ก็ได้มาครึ่งเพลง แล้วตอนนั้นทุกคนไอเดียกำลังมา เอามารวมๆกันก็เกิดมาเป็นเพลง Gravity Shift ครับ แต่ละคนก็จะมีหน้าที่ของตัวเอง ส่วนใหญ่เรื่อง arrange จะเป็น ผมกับ คีตะ คีะจะช่วยเรื่องพวกท่อนนี้เป็นอย่างไรบ้างส่วนผมจะช่วยเรื่อง riff ต่างๆครับ

เล่าเรื่องความหมายของเพลงนี้หน่อย

บิลลี่ (V): โอ้โหถ้าเล่าแล้วจะยาว คือตอนนั้นอยู่ในช่วงที่ สภาพจิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ แล้วเราก็รู้สึกเหมือนถูกกดดันอยู่ตลอดเวลาจาก เพื่อน อาจารย์ จากที่บ้านบ้าง ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา กดดันตัวเองด้วยครับ รู้สึกเหมือนเราถูกแรงดึงดูดดึงแต่ปัญหาให้เข้ามาหาอะไรประมาณนี้ครับ แล้วพอช่วงที่ผมดีขึ้นผมก็ลองมองย้อนกลับไปดูปัญหาพวกนั้น เลยเป็นที่มาของเพลง Gravity Shift

ฟีดแบคเพลงนี้เป็นอย่างไรบ้าง

คีตะ: ก็ดีนะครับ

บิลลี่ (V): ตอนแรกก็กลัวจะไม่มีคนฟัง เพราะแนวที่พวกเราทำกันมันก็ไม่ได้ฟังง่ายด้วย แต่ว่าพอพวกเราปล่อยเพลงออกไปมันก็ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ บางคนยังเป็นเด็กอยู่เลย เขาเข้ามาฟังเราก็รู้สึกดีนะครับแต่ก็แปลกใจอยู่นิดนึง (หัวเราะ)

ตอนนี้ฟังเพลงได้ที่ไหนบ้างครับ

ชิ: ตอนนี้ก็ streaming ทุกที่เลยครับ  

บิลลี่ (V): หลัก ๆ เลยก็ ฟังใจ, Youtube, Spotify, Apple Music, JOOX

Nue, The Salaya Sound, J Rock, Thai, Salaya

แต่ละคนฟังเพลงเหมือนกันไหม แล้วคิดว่าจำเป็นไหมที่คนในวงต้องฟังเพลงแบบเดียวกัน

คีตะ: จริง ๆ ก็ต่างครับ

ชิ: มันจะมีตรงกลางของมันอยู่อะครับ จริง ๆ แล้วทุกคนก็ฟังไม่เหมือนกันเลยครับ แต่ว่าด้วยความที่เราชอบเพลงญี่ปุ่นเหมือนกันครับ 

ขอนิยามแนวเพลงของวง NUE 鵺

บิลลี่ (D): เรามีชื่อเรียกเล่นๆว่า ตุ๊ดคอร์ มาจากนักร้องนำครับ

คีตะ: มันมาจากนักร้องนำครับ เวลาที่มันโดนตำหนิเวลาร้องไม่ดีมันจะสบถมาคำนึง ไหนลองดูสิ

บิลลี่ (V): เฮ้ย (เสียงแหลม)

ชิ: มันจะบางกว่าผู้ชายร้องครับ

คีตะ: ได้อยู่ (หัวเราะ) แต่ความจริงมันก็คือแนวจะเรียกว่าป็อปร็อกก็ได้

ชิ: แต่ที่เพลงพวกเราได้ไปลงเพจต่าง ๆ พวกเขาก็จะเรียกว่าอีโมอะครับ แต่เราก็ไม่รู้ว่าพวกเราอีโมหรือเปล่านะ คือเขาเรียกพวกเราแบบนั้น

บิลลี่ (V): คือเราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าแนวอะไรจริง ๆ อะครับ บางเพจก็ไปลงว่าเจร็อกบางเพจก็อีโม บางเพจก็ไปลงว่าเป็นวงสายหล่อก็มีนะครับ (หัวเราะ) จริง ๆ เราพยายามให้มันเป็นแนวเรามากกว่าเราไม่ได้คิดว่าอยากให้มันเป็นแนวดนตรีอะไรครับผม

ชิ: ก็ร็อกแหละครับ

คีตะ: แต่อีโมนี่คือเขาก็คงดูที่เนื้อเพลงแหละครับ พูดถึงความคิดของตัวเองซะส่วนใหญ่อะไรประมาณนี้ครับ

มีวงไหนเป็น reference ไหม 

ชิ: คือวงเราเป็นวงที่ฟังเพลงค่อนข้างจะเยอะพอสมควรเลยครับ

คีตะ: ไอดอลของพวกเราก็จะมีหลายคนหน่อยคือส่วนมากก็จะมาจากการสุ่มยูทูปก็มี (หัวเราะ) ก็แบบ เอ้ยชอบ เอา ๆ อะไรแบบนี้ครับ (หัวเราะ)

บิลลี่ (V): ก็เก็บเป็น reference ไปเรื่อย ๆ แล้วก็เอามาดัดแปลงเอา จะชอบไหมก็อีกเรื่องนึงครับ

วงมีปัญหากันบ้างไหม

ชิ: คือทุกวงมันมือปัญหากันอยู่แล้วครับ ปัญหาหลักของวงคือเพื่อนขี้เกียจครับ (หัวเราะ) คือช่วงที่เราทำเพลงนี้กันแรก ๆ พวกเราติดเกมกันมากเลยไม่ค่อยทำกัน แต่หลัง ๆ เหมือนลงล็อก แล้วมันเริ่มเห็นภาพเราก็เลยเริ่มทำกันครับ

มีแผนในอนาคตกันอย่างไรบ้าง

ชิ: คือพวกเราจะทำ EP. กันครับ มีห้าเพลง ก็เริ่มมีโครงเพลงละครับ ตอนนี้ใครอะไรมาได้ก็ใส่ ๆ มาก่อนแล้วเดี๋ยวพวกเราเอาไปทำกันต่อครับ

เคยออกไปเล่นที่ไหนแล้วบ้าง

ชิ: ยังไม่มีเลยครับ

บิลลี่ (V): รอยู่เหมือนกันครับ (หัวเราะ)

ชิ: ผมก็หวังว่าอยากให้มีคนเอาไปเล่นเหมือนกันครับ (หัวเราะ )

Nue, The Salaya Sound, J Rock, Thai, Salaya

รู้สึกกับวงการเพลงไทยอย่างไรบ้าง

บิลลี่ (D): ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกันมันสักเท่าไหร่นะครับ รู้สึกว่ามันขึ้น ๆ ลง ๆ อะครับ และผมฟังเพลงที่เฉพาะกลุ่มด้วยเลยแบบว่าไม่ค่อยจะสนใจตลาดสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ตามใจตัวเองเนี่ยแหละครับ ไม่ค่อยได้สนใจวงการเพลงไทยว่ามันจะเป็นยังไงเพราะเราอยากฟังแบบไหนก็ฟังครับ แต่เดี๋ยวนี้วงไทยเกิดขึ้นใหม่หลายวงและเพลงไทยในช่วงนี้ผมเห็นว่ามันเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ก็ดีครับ (หัวเราะ)

ตาร์: ผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามพวกเพลงไทยสักเท่าไหร่ครับ ก็เหมือนบิลลี่ (D) แต่ถ้าฟังก็คือเปิด Youtube แล้วมันเด้งขึ้นมาอะไรแบบนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนบิลลี่ (D) อีกอย่างว่าเพลงไทยเดี่ยวนี้วงหน้าใหม่ก็เยอะแล้วเพลงดี ๆ ก็มีเยอะเหมือนกันครับ

บิลลี่ (V): ผมเห็นว่าช่วงนี้คนไทยไปฟังเพลงต่างประเทศกันเยอะขึ้น เหมือนมันเริ่มเปิดกว้างขึ้นในสังคมครับ ไม่ได้ว่าว่าวงการเพลงไทยมันไม่ดีนะ คนถึงไปฟังเพลงต่างประเทศกันแต่ผมคิดว่าวงการเพลงไทยเพลงมันจะเริ่มอินเตอร์มากขึ้น อย่าง Bomb at Track, Annalynn เขาก็ไปดังกันที่เมืองนอก เพลงสมัยนี้ก็ดีขึ้นมาก ๆ เลยครับ มีวงหน้าใหม่เกิดหลายวง ผมคิดว่าอีก 4-5 ปีวงการเพลงไทยเราน่าจะตามเมืองนอกได้แน่นอนเลยครับ

ชิ: ของผมนะครับ ส่วนใหญ่ผมจะอยู่กับเพลง underground มากกว่า ถ้าเกิดวงการเพลงไทยร่วมสมัย เพลงอินดี้ด้วยผมว่าเพลงมันกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เอาจริง ๆ มันก็ดีขึ้นตลอดครับ วงการไทยมันเหมือนจะไม่ไปไหนเพราะว่าคนซัพพอร์ตจริง ๆ อะน้อย เรื่องแผ่นเรื่องการดาวน์โหลดอะไรพวกนี้ แต่คนที่เขาซัพพอร์ตจริง ๆ มันก็มีแต่เหมือนแรงซัพพอร์ตมันยังน้อยไป แต่ผมว่าคุณภาพความคิดของคนไทยมันไปได้ไกลกว่านี้แน่นอนครับถ้าทุกคนช่วยกันครับ

คีตะ: เพื่อนตอบไปหมดแล้ว (หัวเราะ) อันนี้ถือว่าเสริมละกัน ก็อย่างที่ชิบอกแหละครับ ตอนนี้วงการเพลงไทยมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่าตอนนี้ก็ทำนายกันไปยาว ๆ เลย คุ้กกี้เสี่ยงทายครับ (หัวเราะ) ผมก็ชอบนะ (หัวเราะ)

บิลลี่ (D):  ผมเป็นคนชอบฟังอินดี้นะ ผมเปิดฟังใจฟังละติดอยู่เพลงนึงมากเลย ฉันทําโทรศัพท์ตกใส่สปาเก็ตตี้  ของ Jayjord ผมฟังแล้วรู้สึกนึกถึง เป้-อารักษ์ ทำเพลงมาแปลกดีอันนี้ส่วนตัวล้วน ๆ เลยครับ (หัวเราะ) อันนี้ฝากส่วนตัวนะครับชอบมากครับ (หัวเราะ )

อยากโกอินเตอร์ไหมวงนี้

ชิ: เอาจริงๆก็อยากนะครับ 

ฝากช่องทางการติดตามกับผลงานหน่อยครับ

บิลลี่ (D): ติดตามได้ที่ Facebook: Nuerockband ส่วน Youtube: Nue Official

บิลลี่ (V): ถ้าอยากรู้ข่าวสารอะไรก็เข้าไปกดติดตามได้เลยครับ เราก็จะอัพเดตอยู่เรื่อย ๆ ครับ ช่วงนี้ก็กำลังทำเพลงที่สองอยู่ ยังไงก็รอติดตามได้เลยครับ

ชิ: ก็อยากให้ฝากติดตามพวกเราด้วยนะครับ ถ้าไม่รู้จะฟังเพลงอะไรลองเปิดใจมาลองฟังเพลงของพวกเราก็ได้นะครับ และในปีนี้อาจจะได้เห็น EP. ของพวกเรา อาจจะนะครับ (หัวเราะ) ถ้าไม่ติดอะไรกันครับ

บิลลี่ (V): อันนี้ส่วนตัวนิดนึงนะครับ (หัวเราะ) อยากฝากไปถึงจ็อบซัง ว่าอยากให้ตาหวานกับก่อน (BNK48) เป็นเซนเตอร์ (หัวเราะ)

คีตะ: ไม่ได้โว้ย (หัวเราะ)

 

ยังไงฝากติดตามพวกเขาทั้ง 5 คนด้วยนะครับ NUE  鵺